เดินอยู่ดี ๆ...
ฟ้าฝนพิสูจน์ใจก็กระหน่ำตก
จากเบาค่อยหนักหนาแลสาหัส
แวบนั้น..
เธอเดินสั่นเทาตัวเปียกปอนอยู่
ฉันจึงกางร่มรักเข้าไปหาเธอใกล้ ๆ
เธอหลบเข้ามาหาฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้
เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องลำบากตากกาย
เรากางร่มเดินร่วมไปได้ "สักพัก"
จึงเริ่มสนิทสนมสนทนา
กันไปตลอดทางเปียก
บัดดล..
ลมฝนห่าใหญ่ก็กระหน่ำซ้ำซัด
เธอเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวดและนิ่งเงียบ
ไม่ยอมพูดจาเหมือนเมื่อคราแรกใต้ร่ม
ฉันถอนหายใจทีหนึ่งก่อนพูดออกไปว่า
"คุณครับ... คุณเห็นไหมว่า
ฟ้ า ที่ ค ะ น อ ง ล ม ที่ ก ร ร โ ช ก
น้ำ ที่ ท่ ว ม เ ปี ย ก ข า โ ค ล น ต ม ที่ เ ฉ อ ะ แ ฉ ะ
หนทางข้างหน้าที่ถูกปิดด้วยฝนห่าใหญ่
ต่างทำให้เราตื่นตระหนกตกใจกันทั้งคู่..."
เธอจะสังเกตเห็นไหม..
ฟ้าฝนที่ทำให้เราหนาวจับใจ
มันบั่นทอนจิตใจเราทั้งคู่
เธอจะสัมผัสได้ไหม..
ว่าทุกสิ่งที่เธอกำลังสัมผัส
ฉันก็สัมผัสได้
เธอสังเกตและสัมผัสได้ไหม
ใต้ร่มรักคันนี้ ฉันก็ไม่ต่างไปจากเธอ
หากเธอสัมผัสได้ เธอจะเข้าใจว่า
ฉันไม่ได้แตกต่างไปจากเธอ
เธอจะเข้าใจว่า..
ทุกครั้งที่เธอหนาว ฉันหนาว
ทุกครั้งที่เธอสั่น ฉันสั่น
ทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ฉันก็น้ำตาไหล
เธอจะเข้าใจว่า...
อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เดินไปข้างหน้าอยู่คนเดียว
เรายังมีกันและกันในทุกก้าวย่าง
หากเธอสังเกตเห็น สัมผัสได้
และเข้าใจอย่างถ่องแท้เยี่ยงนี้
แม้พายุจะพัดกระหน่ำสักเพียงใด
ฉันจะกางร่มรักไปกับเธอ
ตลอดกาล...
8.44 น. 5 ก.ค. 49
ผมเป็นปิศาจ